วิธีทำความสะอาดผ้าม่านที่บ้านให้กลับมาสดใส

สำหรับบ้านหลังนึงนั้นจะขาด ผ้าม่าน ไปเลยก็ไม่ได้ เพราะโดยส่วนมากแล้วทุกบ้านต้องมีผ้าม่านอย่างแน่นอน เพราะผ้าม่านนั้นนอกจากจะช่วยกันแสง และกันผู้คนมองเข้ามาเห็นสิ่งต่างๆ ภายในบ้านแล้ว ผ้าม่านยังเป็นองค์ประกอบของตกเเต่งภายในด้วย ไม่ว่าจะเป็นในห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องทานข้าว หรือเเม้กระทั่งห้องครัว ผ้าม่านเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้บ้านบรรยากาศดีได้มากเลยทีเดียว

วันนี้เราจึงได้นำ วิธีทำความสะอาดผ้าม่านที่บ้านให้กลับมาสดใส มาฝากทุกคนกัน เพื่อว่าบางคนนั้นอาจจะไม่อยากต้องนำไปทำความสะอาดที่ร้านให้วุ่นและเปลืองเงิน แต่หากทำเองก็คงจะเปลืองแรงน่าดูเลยล่ะ

ทำความสะอาดผ้าม่านที่บ้าน
เนื่องจากผ้าม่านมีขนาดใหญ่ จึงควรซักในบริเวณที่กว้าง เพราะจะช่วยให้คุณสามารถจัดการงานซักได้ง่ายขึ้น เช่น ในอ่างอาบน้ำ อย่าซักด้วยน้ำร้อน เเนะนำให้ใช้น้ำอุ่นหรือเย็นเพื่อมอบการดูเเลที่ดีที่สุดให้แก่เส้นใยที่บอบบาง

ใช้ผงซักฟอกที่เหมาะสม
เราเเนะนำให้ใช้น้ำยาซักผ้าที่ปราศจากสารฟอกขาวซึ่งอาจทำให้สีผ้าม่านเสียหาย ผสมผงซักฟอกเข้สกับน้ำ นำผ้าม่านลงเเช่ เเละทิ้งเอาไว้ประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง เพื่อให้ซึมซาบเข้าสู่เนื้อผ้า เเละทำให้คราบสกปรกหลุดออกง่ายกว่าเดิม การขยับผ้าเป็นระยะ ๆ ก็สามารถช่วยให้ผงซักฟอกทำงานได้ดีกว่าเดิม

เมื่อรอเสร็จเเล้ว สิ่งต่อไปที่ต้องทำก็คือปล่อยน้ำผงซักฟอกทิ้งให้หมด เเล้วจึงรองน้ำสะอาดให้เต็มอ่างอีกครั้ง รอบนี้ให้เติมน้ำยาปรับผ้านุ่ม (เฉพาะในกรณีที่ม่านทำมาจากผ้าหรือเส้นใยอ่อนนุ่มที่จำเป็นต้องดูเเลเนื้อผ้าให้นุ่มสลวยเท่านั้น) หลังจากนั้นให้ทำขั้นตอนเเช่ผ้าซ้ำอีกครั้ง รอประมาณ 1 ถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง เเล้วจึงเทน้ำทิ้ง เเละล้างด้วยน้ำสะอาดปริมาณมาก

นำผ้าม่านไปตากแดด
ตากม่านให้แห้งด้วยเเดด ปล่อยให้น้ำหยดจนเเห้ง เเละอย่าบิดผ้า การบิดผ้าอาจทำให้เส้นใยเสียหายเเละม่านเสียทรง เเขวนหรือผึ่งผ้าม่านให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้ผ้าโดนเเดดอย่างทั่วถึงเเละเเห้งไว

ประหยัดเวลารีดผ้าม่าน
มีเคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณสามารถรีดผ้าม่านได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องใช้เวทมนตร์ เพียงนำผ้าม่านไปเเขวนที่ราวม่านก่อนที่จะแห้งสนิท หรือขณะที่ผ้ายังหมาดอยู่เเต่น้ำไม่หยดเเล้ว น้ำหนักของน้ำที่เหลืออยู่จะทำให้เนื้อผ้าทิ้งตัวเรียบ เเละช่วยประหยัดเวลารีด

วิธีขจัดคราบเฉพาะเปื้อนผ้าม่าน
ก่อนนำผ้าไปซัก ให้ทาผลิตภัณฑ์ขจัดคราบลงบริเวณที่เปื้อนโดยตรงเเละไม่ต้องจุ่มน้ำก่อน หลังจากนั้นจึงขยี้เเละทิ้งเอาไว้สักพัก เเล้วจึงนำไปซักตามวิธีที่ได้อธิบายไปเเล้วก่อนหน้า

ซักผ้าม่านด้วยเครื่องซักผ้าอย่างไร
สบายเเละง่ายมาก สิ่งเดียวที่คุณต้องมีก็คือ เครื่องซักผ้าที่สามารถรับมืองานซักผ้าม่านที่หนาเเละหนัก ควรใส่ใจเป็นพิเศษเกี่ยวกับประเภทของเนื้อผ้าหรือเส้นใยที่ใช้ผลิตผ้าม่าน เเล้วจึงเลือกรอบซักที่เหมาะสมเเละสามารถทำความสะอาดเนื้อผ้าได้โดยไม่เสียหาย

รอบซักที่เหมาะสำหรับซักผ้าม่านของคุณ
ควรใช้น้ำเย็นเเละโปรแกรมซักผ้าบอบบาง เพื่อไม่ให้งานปักเเละระบายของม่านเสียหาย เเล้วจึงใช้รอบปั่นเเห้งแบบด่วนในขั้นตอนสุดท้าย เพื่อป้องกันไม่ให้ผ้าม่านยับมากเกินไป 

การอบเเละตากผ้าม่าน
วิธีเเรกคือขั้นตอนการตากแห้งที่ได้กล่าวไปเเล้ว โดยนำผ้าม่านไปตากแดดให้แห้ง หากใช้วิธีนี้ อย่าลืมว่าต้องนำผ้าม่านใส่ราวของตัวเองก่อนแห้งสนิท เพื่อให้น้ำหนักของความชื้นที่ยังหลงเหลืออยู่ช่วยรีดเนื้อผ้าให้เรียบด้วยตัวเองระหว่างรอให้ผ้าแห้งสนิท

วิธีที่สองคือใช้เครื่องอบผ้า เลือกโปรแกรมอบอุณหภูมิต่ำเพื่อป้องกันไม่ให้เส้นใยผ้าเสียหาย ไหม้ หรือเสียทรงจากความร้อน ผ้าม่านอาจไม่แห้งสนิทเพราะมีขนาดใหญ่เเละหนา เเต่ก็จะเเห้งพอให้คุณสามารถนำไปใส่ราวม่าน เพื่อปล่อยให้ผ้าม่านทิ้งตัวเเละเรียบระหว่างรอให้แห้งสนิท

ดูดฝุ่นเพื่อดูเเลผ้าม่านของคุณ
เวลาทำความสะอาดบ้านควรดูดฝุ่นผ้าม่านด้วย เพื่อกำจัดคราบฝุ่นที่อาจเกาะตามผ้าม่านจากการกวาดหรือปัดเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่น ๆ ยิ่งมีฝุ่นน้อย ผ้าม่านยิ่งใช้ได้นาน เเถมยังช่วยรักษาสีของผ้าม่านให้สดใสเเละดูดีกว่าเดิม

เราก็ได้รู้ วิธีทำความสะอาดผ้าม่านที่บ้านให้กลับมาสดใส กันแล้ว ก็อย่าลืมตรวจเช็คผ้าม่านที่บ้านของคุณดูนะว่าตอนนี้ผ้าม่านนั้นสกปรกหรือยัง เพราะหากผ้าม่านสกปรกก็เหมือนเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคอย่างดีเลยล่ะ