5 วิธีตากผ้าหน้าฝน ทำอย่างไรเมื่อผ้าไม่แห้ง

      หลายคนคงเคยได้พบประสบกับปัญหาการซักผ้าแล้วผ้าไม่แห้ง บางทีนั้นอาจจะมาจากตอนที่เราซักตอนแรกไม่ยอมบิดผ้าเพื่อไล่น้ำออกเลย แต่บางคนนั้นบิดผ้าก็แล้ว สะบัดผ้าก็แล้ว แต่ต้องมาเจอปัญหาผ้าไม่แห้ง เพราะเป็นหน้าฝน บางทีตากไว้ก็ลืมเก็บบ้าง ไม่อยู่บ้านบ้าง วันนี้เราจึงนำวิธีแก้ปัญหาการตากผ้าหน้าฝน และห่างไกลกลิ่นอับ มาฝากกัน

1. เป่าด้วยไดร์เป่าผม

      วิธีการใช้ไดร์เป่าผมนั้นเป็นวิธีสุดคลาสสิคเลยก็ว่าได้ เพราะถ้าหากผ้าไม่แห้ง เราก็สามารถนำไดร์เป่าผมไปเป่าผ้าได้เลย แม้ว่าวิธีการนี้จะทำให้ผ้าแห้งช้าไปสักนิด และบางคนอาจจะไม่มีไดร์เป่าผม แต่หากได้ลองวิธีนี้แล้ว รับรองเลยว่าผ้าจะแห้งอย่าแน่นอน

2. ตากผ้าจ่อพัดลม

      สำหรับวิธีนั้นก็ง่ายมากอีกเช่นกัน เพราะพัดลมนั้นแทบเป็นอุปกรณ์ที่มีกันทุกบ้าน วิธีการใช้พัดลมนั้นไม่เปลืองค่าไฟด้วยเพราะยังไงค่าไฟก็คงไม่เท่ากับเปิดแอร์แน่ๆ เพียงแค่เรานำผ้าที่ต้องการทำให้แห้งมาจ่อไว้กับผ้าที่แขวน แล้วทิ้งไว้จนกว่าผ้าจะแห้ง เพียงเท่านี้เราก็ได้ผ้าที่แห้งโดยไม่จำเป็นต้องใช้แสงอาทิตย์แล้ว วิธีนี้อาจจะเหมาะกับคนที่อยู่หอพัก อพา์ทเมนต์ หรือในพื้นที่ที่จำกัด

3. ใช้เตารีด

      การใช้เตารีดนั้นช่วยทำให้ผ้าแห้งได้ไวมาก แต่ไม่ควรใช้กับผ้าที่เปียกมาก หรือเปียกชุ่ม เพราะการใช้เตารีดนั้นเหมาะกับการใช้ทำให้ผ้าที่ชื้นเท่านั้นแห้งสนิทได้ไวขึ้น และการรีดนั้นก็ต้องใช้ความระมัดระวังด้วย เพราะหากรีดนานเกินไป หรือเพลินเกินไป อาจจะทำให้ผ้าไหม้ได้

4.ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม

      การตากผ้า แล้วเกิดฝนตกนั้น นับได้ว่าเป็นกรณีที่ร้ายแรงมาก เพราะผ้าที่เราได้ตั้งใจซักเพื่อต้องการตากให้แห้งสนิทผ่านแสงแดดนั้น ไม่สามารถทำได้ ฝนจึงเป็นสาเหตุที่จะทำให้ผ้าของเรานั้นเหม็นอับได้ ฉะนั้นการเลือกใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มจึงเป็นเรื่องจำเป็นมาก เราต้องเลือกให้ครอบคลุมด้วยว่าเป็นน้ำยาช่วยลดกลิ่นอับหรือไม่ นอกจากน้ำยาปรับผ้านุ่มนั้นจะช่วยลดกลิ่นอับ ยังทำให้ผ้านุ่มด้วย

5.บิดและสะบัดผ้าให้แห้งที่สุด

      การบิดผ้าให้น้ำออกไปจากผ้าให้มากที่สุดนั้น นับว่าเป็นการทำให้ผ้าแห้งได้ไวมาก เพราะยิ่งมีน้ำอยู่ในผ้าน้อยเท่าไหร่ อัตราความแห้งของผ้าก็จะมีมากขึ้น เมื่อเราบิดจนหมาดแล้วก็ต้องสะบัดด้วยเพียงเท่านี้ ผ้าของเราก็จะแห้งได้ไวขึ้น และไม่เสี่ยงต่อกลิ่นเหม็นอับด้วย