(รีวิว) เที่ยวเสม็ด ชิลๆ ไม่เกรียมไม่กลับบ้าน!

                  อาจจะมีผู้คนจำนวนมากมายที่ทำงานหนักมากมายรวมทั้งต้องการจะพักด้วยการออกไปท่องเที่ยวชนบท แต่ว่าด้วยในขณะที่มีอยู่จำกัดอาจส่งผลให้พวกเรามิได้มีตัวเลือกที่มากนัก วันนี้ผม “เจอ” จาก DestinationFoody จะพาสหาย ท่องเที่ยวเกาะที่น้ำทะเลสวยงามและมีน้ำใส ชายทะเลขาว และไม่ไกลจากจังหวัดกรุงเทพฯ 1 ในตัวเลือกในใจของผมก็คือ เกาะเสม็ดครับผม  การมาท่องเที่ยวเกาะเสม็ดรอบนี้เป็นทริปครอบครัว ขับขี่รถตุเลงๆ กันไปสนุกสนาน บอกเลยว่าการเดินทางไปเสม็ดเป็นอะไรที่ง่ายดาย ไม่ต้องนั่งรถยนต์จนกระทั่งรากงอกออกมาให้เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว อีกอย่างนั้นคือเกาะสม็ดยังคงมีความชอบธรรมชาติที่งดงามอยู่ แต่ว่าก็มีชีวิตชีวาผสมมาให้มองไม่มีเบื่อกระทั่งเกินความจำเป็น สำหรับสายงานเลี้ยงกลัวหงอยเหงามาตรงนี้ก็ไม่มีผิดหวังเนื่องจากมีผับบาร์มาให้เลือกอยู่หลายร้านค้าชายทะเล หรือหากเป็นสายรักสงบเกลียดชังยุ่งเกี่ยวกับคนอื่น ที่เกาะเสม็ดก็มีชายหาดที่สงบให้ท่านเลือกอีกเช่นเดียวกัน อะไรจะสมบูรณ์แบบขนาดนี้นะครับผม ช่างเป็นเกาะที่พอดีจริงๆเลย

 

การเดินทาง

พวกเราสามารถเดินทางได้อย่างง่ายๆเพราะทางกรุงเทพมหานครไปเกาะเสม็ดออกจะดี ถนนลาดยางมะตอยดีมากๆและไม่เป็นหลุมเป็นบ่อมากแค่ไหน ในเรื่องของตัวเลือกการเดินทาง ผมขอเสนอแนะ 3 แนวทางขอรับ

1.ขับขี่รถส่วนตัวไป

ไปทาง มอร์เตอร์เวย์-พัทยา เพียงพอถึงแยกให้ไปทาง จังหวัดระยอง-แกลง ไม่ต้องเลี้ยวเข้าเมือง ให้ขับตรงไปผ่านวัดตะพง ขับเลาะหาดทรายไปถึงที่ท่าเรือบ้านเพ ใช้เวลาโดยประมาณ หนึ่งชั่วโมงถึงชั่วโมงครึ่ง ก็จะถึงจังหวัดระยองแล้ว

2.ไปรถขนส่งหมอชิด

ไปขึ้นที่ขนส่งหมอชิด มีรถขนส่งออกทุกๆ หนึ่งชั่วโมง ใช้เวลาเดินทางราวๆประมาณสี่ชั่วโมง

3.รถตู้ขนส่งหมอชิต

ขึ้นที่หมอชิต ราคาราวสองร้อยถึงห้าร้อยบาท ต่อคน จะลงท่าไหนบอกผู้ขับได้เลย การเดินทางโดยประมาณสามชั่วโมงโดยประมาณ

ดูคร่าวๆแทบลืมบอกเลยว่าไปท่องเที่ยวเสม็ดรอบนี้ผมไป 24ชั่วโมง 1 คืนนะครับ พอดิบพอดีว่าตรงกับวันหยุดพอดิบพอดี

Day 1:

 ผมขับขี่รถมาออกมาจากบ้าน 6 นาฬิกา เนื่องจากว่ากลัวรถจะติดนะครับ แต่ทว่าที่ไหนได้ ถนนอย่างโล่งเลยครับผม อะไรจะดีขนาดนี้ พอถึงตอนรถยนต์ขับเคลื่อนออกมาถนนใหญ่ประหลาดใจมากที่รถน้อยมาก เพียงแค่ 2 ชั่วโมงก็จอดเทียบท่าหน้าตลาดที่จำหน่ายสินค้าแบบครบวงจร เทศบาลบ้านเพแล้ว รวดเร็วไปไหนร้านค้าพึ่งทยอยเปิดกันได้ไม่นานเอง ด้วยความหิวข้าวอย่างมาก ทำให้ความรู้ความเข้าใจสำหรับในการหาอาหารของพวกเรานั้นดำเนินอย่างมีคุณภาพ เหลียวไปแลเห็นร้านต้มเลือดหมูในทันที มองสนุกสนานดีแล้วก็อยู่ตรงกันข้ามตลาดแค่นั้นเอง พวกเราก็ลากสังขาลอันอดอยากข้ามถนน 4 เลนส์ไปเลยนะครับ ร้านค้าเป็นร้านค้าแบบบ้านๆ แต่ว่ามองดูสะอาดหมดจดดี จัดไป ต้มเลือดหมู 3 ชาม ข้าว 6 ถ้วยปริมาณคนที่อาศัยอยู่ภายในครอบครัว ต้มเลือดหมูจานละ 45 บาท ข้าวสุกถ้วยละ 5 บาท

พออิ่มหนำสบายพอใจแล้วหลังจากนั้นก็ดิ่งไปที่ท่าเรือนวลทิพย์ ถามคำถามว่าเพราะอะไรจำเป็นต้องท่านี่ เพราะเหตุผลว่ามีที่จอดรถ เรือโอเคไม่แน่นเกิน แม้กระนั้นก็ยังไม่เคยขึ้นท่าอื่น เพราะสหายเสนอแนะมาแม้กระนั้นท่านี้ คนใดกันขึ้นท่าอื่นมาบอกด้วยนะว่าเป็นอย่างไร ที่ท่านวลทิพย์ค่าเรือโดยสารไป-กลับราคา 100 บาทไปลงหน้าด่าน ลงหน้าด่านจะพบนางยักษ์ยืนตอนรับอยู่ที่ท่าเรือ เสียค่าผ่านทาง 20 บาทเป็นค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าบำรุงรักษาเกาะ

คนใดกันแน่ที่ถูกใจดำน้ำ สามารถตรวจสอบราคาทริปดำน้ำถึงที่ท่าเรือ รอบนี้พวกเราซื้อทริปที่ท่าเรือนวลทิพย์ในราคา 600 บาทต่อหนึ่งคน พาไปดำน้ำ 5 เกาะ เสนอแนะให้เลือกให้ดีด้วยเหตุว่าบางเจ้าเครื่องใช้ดำน้ำไม่ดีเลย แว่นน้ำล้น เครื่องไม้เครื่องมือออกตจะเก่า ได้แก่เจ้านี้เป็นต้น แม้กระนั้นเรือออกจะดี ขับดี ถ้าเกิดจะให้ดีต้องการชี้แนะให้เครื่องใช้อุปกรณ์ดำน้ำมาเองจะได้ไม่อารมณ์เสียเวลาดำน้ำแล้วน้ำล้นเข้ามาในแว่นของพวกเรา